ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา
วัดนางบวชเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๗๕ มีอดีตเจ้าอาวาสดำรงตำแหน่งตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ดังรายนามต่อไปนี้ :-
๑. พระครูโชติ พ.ศ. ๒๔๑๐ ถึง พ.ศ. ๒๔๓๕
๒. พระอธิการผล พ.ศ. ๒๔๓๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๐
( หลังจากนั้น ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่าง มีแต่รักษาการ เพราะไม่มีพระองค์ใดที่เหมาะสม )
๓. พระอธิการเลี่ยม พ.ศ. ๒๔๕๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๓
๔. พระอธิการผิว พ.ศ. ๒๔๖๓ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๖
๕. พระอธิการผ่อน พระพึ่ง พระผาด พระยวด พ.ศ. ๒๔๖๖ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๘
( ในตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส ทุกรูป )
๖. เจ้าอธิการหวล พ.ศ. ๒๔๗๘ ถึง ฑ.ศ. ๒๔๘๒
๗. พระอธิการแขม พ.ศ. ๒๔๘๒ ถึง ๒๔๙๓
๘. พระครูทิม อุตะมะโชโต พ.ศ. ๒๔๙๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๐
๙. พระครูพิทักษ์ธรรมโชติ (พระมหาสำราญ สุจิตโต) พ.ศ. ๒๕๑๐ จนถึงปัจจุบัน
ประวัติตำนานนางบวช
  • มีตำนานเก่าเล่ากันสืบต่อมาว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งรูปงาม ชื่อ พิมสุลาไลย นางตั้งใจรักษาศีลและทอผ้าใยบัวอยู่บนยอดเขากี่ (เขากำมะเชียร) ปัจจุบันอยู่ในตำบลเขาพระ นางได้ทอผ้าไว้เพื่อรอถวายพระศรีอาริย์ ต่อมา มีชายคนหนึ่งชื่อ สีนนท์ ชอบในการต่อไก่ป่า จึงได้เอา ครืน (เครื่องมือ) และหลักไก่ ไปปักไว้ที่เชิงเขา นายสีนนท์ได้เห็นนางพิมสุลาไลยเข้า ก็เกิดความรัก จึงได้เกี้ยวพาราสีนาง แต่นางไม่มีความรักตอบและโกรธเคืองมาก และคิดว่า ความสวยงามของนางเป็นต้นเหตุให้ชายผู้นั้นใช้เสน่ห์เล่ห์กลและเวทมนต์คาถา จนทำให้นางมีราคีติดตัว เพื่อหนีโลกีย์วิสัย นางจึงได้ตัดถัน (เต้านม) ทั้งสองข้างของนางขว้างทิ้งไป ถันทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นเขา ปัจจุบันเรียกว่า "เขานมนาง" อยู่ใกล้กับเขากี่ (เขากำมะเชียร) ส่วนโลหิตที่ไหลจากเต้านมของนางกลายเป็นบึงอยู่ใกล้กับเขานั้น เรียกว่า "บึงกามเชือด" ปัจจุบันบึงนี้เรียกว่า "บึงกำมะเชียร" เมื่อนางเสียพิธีที่จะทอผ้าถวายพระศรีอาริย์แล้ว จึงเลิกทอผ้าคิดจะหนีไปบวชชี นางจึงออกเดินทางผ่านเขาแห่งหนึ่ง รู้สึกปวดเต้านมเป็นอย่างมาก จึงได้ร้องโอดโอย ปัจจุบันเขาลูกนั้นเรียกว่า "เขาชะโอย" แล้วนางก็ได้เดินไปพักหลับนอนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า "บ้านนางนอน" ปัจจุบันเรียกว่า "บ้านยางนอน" และเดินไปโกนผมที่ข้างหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ หมู่บ้านนั้นจึงเรียกกันว่า "บ้านนางบวช" ปัจจุบันเป็นตำบล "นางบวช" เป็นที่มาของวัดนางบวชนี้เอง.